แฟน ขี้หึง ขี้หวง มากไป ใช่คุณรึป่าว

We sometimes include products we think are useful for our readers. If you buy through links on this page, we may earn a small commission. Read our affiliate disclosure.
แฟน ขี้หึง ขี้หวง Jealousy Love

ความรู้สึก หึงหวง แฟน ตัวเอง มันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ต้องมีกันแทบทุกคู่อยู่แล้ว เป็นสีสัน ของชีวิตคู่ แต่ถ้า ต้องมี แฟน ขี้หึง ขี้หวง มากเกินไป เน้น คำว่า “มากเกินไป” เลยนะ  ขึ้หึง แบบหน้ามือตามัว ขึ้หึง แบบไร้เหตุผล อันนี้ก็ไม่ดี ไม่ได้เป็นแค่สีสันให้ชีวิตคู่ละ จะกลายเป็นตัวทำลายชีวิตคู่ซะมากกว่า ซึ่งบางคนอาจจะไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ ว่าตัวเองกำลัง อยู่ในเลเวลของ การเป็นคนที่ขี้หึงปกติ หรือว่า ขี้หึง มากเกินไปอยู่รึป่าว

ลองมาดูกันซิว่า คุณเป็น แฟน ที่ ขี้หึง ขี้หวง มากไป อยู่รึป่าว

อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา

คนรักกัน อยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน คิดถึงกัน ย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคู่รัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงข้าวใหม่ปลามัน ช่วงแรกรัก แล้วหล่ะก็ อยากจะสิงร่างกันเลยเชียวแหล่ะ ความรู้สึกแบบนั้นมันก็ไม่ได้แปลกอะไรมาก ก็คนมันกำลังอินเลิฟอ่ะเนอะ

แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกคิดถึง อยากอยู่ด้วย เพียงเท่านั้น มันลามไปถึงการกระทำ ที่บังคับ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ให้แฟนเลิกทำทุกกิจกรรม เลิกไปพบเจอเพื่อนฝูง ห้ามไปไหนทำอะไรโดยไม่มีคุณอยู่ด้วย ชีวิตนี้ไม่ต้องทำอะไร เพื่อให้เค้าไปกับกับคุณทุกที่ มาอยู่กับคุณตลอดเวลา แบบว่ามีเธอต้องมีชั้น มีชั้นต้องมีเธอ อันนั้นมันเกินไปแล้ว

นั่นคุณกำลังเห็นแก่ตัวอยู่ คุณอยากครอบครองเค้าไว้เพียงคนเดียว โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของแฟนคุณเลย ซึ่งความรักที่ดี ต้องมีพื้นที่ให้กันและกัน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการบ้าง ความรักไม่จำเป็นต้องบังคับกัน ถ้าเค้าเลือกที่จะไม่ไปไหน ไม่ทำอะไร เพื่อที่จะได้อยู่กับคุณ ก็ให้มันเป็นสิทธิ์ของตัวเค้า ที่จะทำมันด้วยตัวของเค้าเอง ไม่ใช่เกิดจากการบังคับจากคุณ ซึ่งตัวคุณเอง ก็คงไม่อยากให้ใครมาบังคับคุณเหมือนกันใช่มั๊ยหล่ะ ฉะนั้น อย่าทำแบบนั้นกับคนที่คุณบอกว่ารักเลย

ห่างกันเมื่อไหร่ เป็นต้องตามเช็ค ทุกครั้งไป

หลักๆเลย มันแสดงให้เห็นถึง ความไม่เชื่อใจ ความไม่ศรัทธา ในคู่ของคุณ โดยที่เค้าไม่เคยมีประวัติ หรือทำอะไร ให้คุณต้องไม่ไว้ใจเลย ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ได้ส่งผลที่ดี กับชีวิตคู่อย่างแน่นอน

การที่ต้อง คอยเช็ค และให้อีกฝ่าย รายงานตัวตลอด พิสูจน์ตัวเอง แสดงหลักฐาน ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร ทำแบบนั้นตลอดเวลาที่คุณทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน จะค่อยๆบั่นทอนความสัมพันธ์ของคุณไปเรื่อยๆ

ถ้าเป็นเพียงแค่ ถามไถ่ ด้วยความเป็นห่วง หรือตามสถานการณ์ เช่น แฟนต้องเดินทางไปต่างประเทศ คุณบอกให้เค้าส่งข้อความหาคุณเมื่อเค้าแลนด์ ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว  หรือ เค้าบอกว่าวันนี้ต้องเลิกงานดึก คุณก็อยากให้เค้าบอกคุณ เมื่อเค้าเลิกงาน และกลับถึงบ้านแล้ว เพื่อที่คุณจะได้สบายใจ ว่าเค้าปลอดภัยดี เป็นต้น อันนี้คือโอเคเลย มีเหตุมีผล

แต่ถ้าแบบว่า แฟนคุณเพิ่งแยกจากคุณไปเจอเพื่อน ซึ่งเค้าเองได้บอกคุณแล้วด้วย ว่าจะไปเจอใครบ้าง ที่ไหน ยังไง แต่คุณเองก็ยังต้องให้เค้า ถ่ายรูปส่งมาให้ดู เช็คอินโลเคชั่นให้เห็น หรือบางคนคือ ถึงขั้นใส่โปรแกรมติดตามตำแหน่งโทรศัพท์ของเค้า หรือหนักถึงขั้น แอบสะกดรอยตาม อันนี้ก็คือเกินไปแล้วค่ะ นั่นแฟนหรือผู้ต้องหา

บงการชีวิตอีกฝ่าย ว่าไม่ให้เจอ ไม่ให้คุย กับใครบ้าง

เมื่อเห็นใคร หรืออะไรที่ไม่ชอบ ก็สั่งการแฟนเลย ว่าห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับคนนั้นคนนี้นะ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และไม่ดูตามสถานการณ์ความเป็นจริงเลย ใช้แต่อารมณ์ และความรู้สึกตัวเองล้วนๆ

ตัวอย่างเช่น คุณคิดว่า เพื่อนร่วมงานคนนี้ต้องชอบแฟนคุณแน่ๆ คุณก็ออกคำสั่งเลย ว่าห้ามแฟนคุณไปยุ่งเกี่ยว พูดคุย กับคนนั้นเด็ดขาด ไม่งั้นคุณจะโกรธ ทั้งๆที่คุณแค่คิด ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้เลย และคุณก็ไม่สนใจด้วยว่า เค้าทำงานที่เดียวกัน อยู่ดีๆ ก็จะให้เค้าไม่คุยกัน อย่างไม่มีเหตุผล แฟนคุณก็จะต้องลำบากใจ ต้องทำลายบรรยากาศที่ทำงาน ตัวเค้าดูไม่มืออาชีพ และอาจจะดูแย่ในสายตาเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ อีกด้วย

แอบส่องมือถือ ส่องโซเชี่ยลแฟน ตลอดเมื่อมีโอกาส

เห็นมือถือวางอยู่เป็นไม่ได้ เป็นต้องหยิบเอามาตรวจ มาเช็ค ว่าแฟนคุยกับใครบ้าง คุยว่าอะไร มีข้อความส่งถึงใคร หรือใครส่งมามั๊ย สื่อโซเชี่ยลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค ไอจี ดูหมดว่าไปกดไลค์ คอมเม้นต์ ใครบ้างรึป่าว หรือมีใครที่ไม่คุ้นหน้า มาคอมเม้นต์พูดคุยกับแฟนเราอยู่รึป่าว แล้วถ้าเจอนะ แค่มีคนมากดไลค์นี่คือ ทะเลาะบ้านแตก งอนไปสามวัน โดยที่คุณแฟนก็ไม่รู้เลยว่า มันผิดตรงไหนที่มีคนมาไลค์รูป

โอ้โห นึกว่า หน่วยสืบราชการลับ นึกว่า กองพิสูจน์หลักฐาน มาเอง หนักไป อันนี้บอกเลยว่าหนักไป

หรือบางทีหนักเข้าไปอีก ก็คือการขอ หรือแม้แต่แอบดู พาสเวิร์ด เพื่อให้ตัวเองสามารถเข้าเช็ค และจัดการกับทุกอย่างในมือถือแฟนได้ เช่น เห็นคนไหนน่าสงสัยว่าจะมาจิจ๊ะกับคนของเรา ก็จัดการลบออก ใครส่งข้อความที่ไม่ชอบมา ก็ลบทิ้ง โดยไม่ถาม ไม่บอก ไม่ขออนุญาตเค้าซักคำ

แม้ว่าคนรักกัน ไม่ควรจะมีความลับต่อกันก็จริง แต่คนรักก็ควรให้เกียรติในพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันด้วยเช่นกัน

สงสัยตลอดเวลา ระแวงกับทุกสิ่ง

เป็นบรรยากาศ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ มากๆเลย ถ้าอีกฝ่ายจะต้องคอยสงสัย มีคำถาม กับทุกการกระทำ ของอีกฝ่ายตลอดเวลา ระแวงตลอดว่าเค้าแอบไปไหนกับคนอื่นรึป่าว แอบไปจีบใครอีกคนรึป่าว แม้ว่าแฟนจะทำตัวดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าลึกๆในใจ คนมันไม่เชื่อ ไม่ไว้ใจ เค้าก็ยังคงสงสัย และระแวงกับการกระทำของอีกฝ่ายอยู่เสมอ ซึ่งความเครียด และความกดดันนี้ ก็จะถูกส่งผ่านไปที่แฟนของคุณด้วย ทำให้อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข และอาจจะทำให้เค้าเลือกที่จะโกหก หรือไม่พูด ทุกอย่างกับคุณก็ได้ เพราะกลัวที่จะต้องตอบคำถาม อีกยาวเป็นหางว่าวจากคุณ

ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องใหญ่

เมื่อไหร่ที่เห็นแฟนคุยกับคนอื่นที่เป็นเพศตรงข้าม แม้แต่เพื่อนของเขา เมื่อไหร่ที่แฟนมาช้ากว่าเวลานัดนิดหน่อย เมื่อไหร่ที่แฟนกลับบ้านช้ากว่าปกติ แทนที่จะเป็นห่วงเป็นใยเรื่องความปลอดภัย ว่าเกิดอะไรขึ้นรึป่าว รถติดมั๊ย หรืองานยุ่งจนปลีกตัวมาไม่ได้ แทนที่จะถามไถ่หาเหตุผลก่อน กลับเลือกที่จะคิดเอง ฟันธงเลยว่า ต้องเป็นเรื่องชู้สาวแน่ๆ ไปอยู่กับใครมา โดยไม่ได้ถามหรือคุยกันให้เคลียร์ ก็เชื่อมั่นในความคิดตัวเอง แล้วโวยวาย ใหญ่โต ร้องห่มร้องไห้ ทะเลาะ ขว้างปาข้าวของ ดราม่าหนักมากไปก่อน

 

มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าคำตอบของคุณ คือถูกทุกข้อที่ว่ามา คุณก็ต้องยอมรับแล้วนะ ว่าคุณหน่ะ เป็น แฟน ที่ ขี้หึง ขี้หวง มากไป

ซึ่งจริงๆแล้ว การหึงหวงคนที่เรารัก ย่อมเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ ก็เรารักของเรา เราก็ไม่อยากจะเสียเค้าไปใช่มั๊ยหล่ะ แต่การที่เรารักมากเกินไป จนอยากจะครอบครอง ควบคุม เค้าไว้ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณต้องสูญเสียเค้าไปก็ได้ อะไรที่มันมากไปหรือน้อยไป ไม่พอดี มันไม่ดีหรอก

คุณอยากจะจัดการกับมันมั๊ย ให้มันอยู่ในระดับที่พอเหมาะพอควร ไม่มาก ไม่น้อย จนเกินไป เพราะแน่หล่ะ ถ้าน้อยไป ก็อาจจะทำให้คุณมองข้ามอะไรบางอย่าง ที่มันควรต้องสงสัย แล้วสุดท้ายคุณอาจจะกลายเป็นคนโง่ที่ถูกหลอกก็ได้ แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ ถ้ามัน มากเกินไป มันอาจจะทำลายชีวิตคู่ของคุณ ไปตลอดกาล เลยก็ได้

วิธีจัดการกับความ ขี้หึง ขี้หวง ที่ มากเกินไป ให้อยู่ในระดับที่พอดี

ยอมรับ และคุยกับตัวเองก่อน

ก่อนอื่นเลย ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ยอมรับให้ได้ก่อน ว่าที่ตัวเองเป็นหน่ะ มันมากเกินไป มันไร้สาระ ไร้เหตุผล จนเกินไปรึป่าว คิดแบบเป็นกลาง ไม่เข้าข้างตัวเอง ว่า จริงๆแล้วเค้าได้ทำอะไรที่ให้เราต้องระแวงมั๊ย หรือมันเป็นที่เราเองรึป่าว ที่คิดมากเกินไป การยอมรับตัวเอง นี่สำคัญมากนะ เพราะถ้าเราไม่ยอมรับ เราก็จะแก้ไขมันไม่ได้

ฟังก่อนจะตัดสินอะไร และลองเอาใจเค้ามาใส่ใจเราดู

บอกกันอยู่เสมอ ว่าการพูดคุยกัน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีในความสัมพันธ์ที่ดี ลองคิดกลับกันดู เค้าทำแบบนี้กับเรา เราจะรู้สึกยังไง ถ้าเราแค่คุยกับเพื่อน คนที่เป็นเพื่อนเราจริงๆ และเรารู้อยู่แก่ใจว่าเราไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แต่แฟนเรามาโวยวายใหญ่โต ไม่ฟังที่เราอธิบายเลย และต้องมาทะเลาะกันตลอดเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ เป็นคุณ คุณจะโอเคมั๊ย ถ้าคำตอบ คือ ไม่ ก็อย่าไปทำกับเค้าแบบนั้น ถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา เราก็คงอยากให้เค้าฟังเราอธิยาย อยากให้เค้าเชื่อใจเราว่ามันไม่มีอะไร ถูกมั๊ย แต่ทำไมพอกลับกัน เป็นฝ่ายเค้าบ้าง ทำไมเราไม่ถาม ไม่ยอมฟังเค้าอธิบายหล่ะ

ลองคิดถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำนี้

ถามตัวเองดูซิ ว่าจะได้อะไรจากการที่หึงหวง แบบไร้เหตุผล แบบนี้ มันมีผลดีอะไรกับความสัมพันธ์เรามั๊ย มันทำร้ายคนที่เรารักรึป่าว นั่นคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆเหรอ ประโยชน์ที่ได้จากการกระทำที่ ขี้หึง ขี้หวง แฟน แบบเกินเหตุ ที่คุณกำลังทำอยู่นี้ มันคืออะไร ถ้าประโยชน์ที่ได้จากมัน มีน้อย หรือแทบไม่มีเลย คุณก็ไม่ควรทำมัน ถูกต้องมั๊ย

พยายามฝึกหักห้ามใจตัวเอง ไม่ให้ไม่สอดส่องหาปัญหา

หัดปล่อยวางบ้าง ไม่มีอะไรที่เป็นของเรา 100% หรอก ถ้าเค้าเป็นคนที่คิดจะนอกใจคุณจริงๆ ตามแค่ไหน ระวังแค่ไหน เค้าก็จะหาทางนอกลู่นอกทางจนได้ เรื่องอะไรที่มันเล็กน้อย ไม่น่าจะต้องทำให้เป็นปัญหา ก็อย่าพยายามไปค้นหา สร้างปัญหาให้มัน อาจจะยากหน่อย ในช่วงแรกๆ เพราะคนมันเคยอยากรู้อยากเห็น อยากควบคุมทุกอย่างอ่ะเนอะ แต่เชื่อเถอะ ค่อยๆลดลง ค่อยๆทำ ถ้าทำได้ จะรู้สึกสบายใจตัวเอง และโล่งขึ้นเยอะเลย อะไรที่มันไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไร ไม่ต้องไปพยายามให้มันมีอะไรให้ได้ซะทุกเรื่องหรอกเนอะ

ถ้าจัดการตัวเองไม่ได้ ลองเปิดใจคุยกับคู่ของคุณดูสิ

คุยกันตรงๆไปเลย ยังไงการคุยกันก็เป็นสิ่งสำคัญของชีวิตคู่ คุยกันด้วยเหตุและผล พูดให้เค้าฟัง ว่าอะไรที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ ทำไมเราถึงคิดแบบนี้ ทำแบบนี้

คนรักที่ดี เค้าจะรับฟังคุณ พยายามเข้าใจคุณ และช่วยกันหาทางออกให้กับปัญหาไปด้วยกัน

แม้ว่าการหึงหวง จะเป็นเรื่องธรรมชาติทั่วไป ที่เกิดขึ้นได้กับคู่รักทุกคู่ แต่ถ้าปล่อยมันไว้ จนมันเกินขอบเขต มากเกินไป มันก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหา หรือจุดจบของความสัมพันธ์ได้

ถ้าคุณยังอยากไปต่อในความสัมพันธ์นี้ ก็พยายามหาตรงกลางให้เจอ รักษาระดับความหึงหวง ให้มันอยู่ในขอบเขตของเหตุและผล จะได้มีความรักที่ดีและยืนยาว