หลงรักเพื่อน อยากเลื่อนสถานะเป็นแฟน

friendzone หลงรักเพื่อน
We sometimes include products we think are useful for our readers. If you buy through links on this page, we may earn a small commission. Read our affiliate disclosure.

 

เคยมั๊ย? หลงรักเพื่อน รู้สึกดีดีกับเพื่อนคนนี้มากเหลือเกิน จน อยากเลื่อนสถานะเป็นแฟน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี ที่จะให้เค้ารู้ ว่าเรา ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว อยากเป็นแฟนได้ป่าว แต่ก็ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมากอ่ะเนอะ จะให้โฉ่งฉ่าง โป้งป้าง รุกล้ำเกินไป ก็กลัวว่าจะเสียเพื่อน หรือทำให้เค้าคนนั้นกลัว จนไม่กล้าเปิดโอกาสให้คุณ แต่ถ้าจะไม่ทำอะไรเลย ก็กลัวว่าเค้าจะไม่รู้ ว่าคุณคิดกับเค้าเกินเพื่อนไปแล้ว

ทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณ ส่งสัญญาณบอกเค้าได้ ว่าคุณ ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว โดยไม่ดูรุกล้ำจนเกินไป และตัวคุณเองก็ไม่เขินมาก ก็น่าจะเป็น การส่งสัญญาฯ แย้มความในใจ

วิธีส่งสัญญาณ แย้มความในใจ ให้เค้ารู้ว่า คุณไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว

ไม่ต้องอายที่จะเป็นฝ่ายเริ่มเดินเกมส์จีบก่อน

ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน โลกทุกวันนี้เราเท่าเทียมกันค่ะ การที่ใครจีบใครก่อน ไม่ได้มีความสำคัญแล้ว มันโบราณแล้ว ถ้าจะต้องยึดติดว่า ผู้ชาย ต้องเป็นฝ่ายเริ่มจีบก่อนเสมอ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเพศไหน ลุย จีบ ได้เลยค่ะ แต่ก็นั่นแหล่ะ ด้วยความที่เราเคยคุยกับเค้าแบบเพื่อน การที่จะจีบก็จะปุบปับเลย ก็จะตกใจกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้น จีบแบบเบาๆ ลองเชิงก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มเลเวลที่ละนิด

ปกติคุณก็ส่งข้อความคุยกันอยู่แล้วใช่มั๊ยหล่ะ แต่คราวนี้ เริ่มส่งข้อความที่แสดงความสนใจ ที่อยากจะคุยกันมากขึ้นเป็นพิเศษ ซะหน่อย เช่น “ชั้นชอบคุยกับเธอจังเลย เราน่าจะคุยกันมากขึ้นนะ” “ว่างๆ ก็ส่งข้อความมาหาได้ตลอดนะ” “ไม่เจอกันนาน ก็คิดถึงเธอเหมือนกันนะ ไว้เราเจอกันดีมั๊ย” เป็นต้น

แค่นี้เอง มันก็จะเป็นการ เปิดประตู ให้เค้าได้รู้ว่า ถ้าเค้าอยากจะขยับฐานะ เราก็ไม่ติดนะ เพราะถ้าเราไม่เปิดทางให้เค้าซะหน่อย เค้าก็จะไม่มีทางที่จะคิด จินตนาการ กับคุณ มากกว่า เพื่อน ได้เลย หรือถึงคิด ก็อาจจะ ไม่กล้า ดังนั้น การเปิดทางจีบแบบนี้ นอกจากกจะเปิดทางให้ตัวคุณเองแล้ว ยังเป็นการเปิดทางให้เค้าด้วย เผื่อลึกๆในใจ เค้าก็คิดเหมือนกัน ก็หวานหมู หล่ะทีนี้

ปรับ เปลี่ยน ภาษาที่ใช้ จากการคุยกันแบบเพื่อน เป็นอะไรที่มากกว่า จะจีบนิดๆ อ่อยหน่อยๆ

ง่ายๆเลย ถ้าคุณอยากออกจากเฟรนด์โซน คุณก็ต้องเลิกพูด เลิกทำตัว เป็นเฟรนด์ค่ะ แต่ก็ค่อยๆ ปรับ จะได้ไม่เขินกันมากนะ อีกอย่างคือถ้าล้อฟี จะได้เบรคทัน แบบไม่ชนความเป็นเพื่อนพังซะก่อน

เริ่มจากภาษาที่คุย ที่แชท ก่อนเลย มันต้องเสริมความจีบนิด อ่อยหน่อย เปิดทางเบาๆ เข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น เค้าบอกว่า “โอเค เจอกันวันจันทร์นะ” แทนที่คุณจะตอบ “โอเคๆ เจอกัน” จบ เหมือนเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่สปาร์ค มันก็จะจบแค่นั้นแหล่ะ แต่…ถ้าคุณ เพิ่มคำอีกนิด ปรับโทนเสียงอีกหน่อย “โอเค เจอกัน อยากให้ถึงวันจันทร์แล้วเนี่ย” เอาไงๆ คนฟัง ก็จะมีความเอ๊ะ ถูกสะกิดใจ ไปแล้วหนึ่ง

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ วันละนิดวันละหน่อย เหมือนน้ำหยดลงหินทุกวัน ซักวันเค้าก็จะเริ่มไม่ได้มองคุณ ยังไงก็เป็นแค่เพื่อนเหมือนเดิมละ พอเริ่มสงสัยมากพอ ก็จะถามคุณเองว่า เป็นอะไร ดูแปลกๆไป คิดอะไรกับเค้าป่าวเนี่ยะ

เอ่ยปากชมเค้า ให้มากกว่าเพื่อนหน่อย

เมื่อคุณได้รับคำชมจากใคร นั่นแสดงว่า คนที่ชมคุณเค้าใส่ใจ และมองเค้าอยู่นะสิ เช่นกัน ถ้าคุณชมเค้า พูดให้เค้าฟังบ่อยๆ เค้าก็จะเริ่มจับสังเกตุได้ว่า ทำไมคุณชมเค้าบ่อยจัง ทำไมคุณรู้ว่าเค้าทำอะไร เปลี่ยนอะไรใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น

“วันนี้ทำสีผมใหม่เหรอ เข้ากับเธอดีนะ ดูดีมากๆเลย”

บอกเค้าให้รู้ ว่าคุณกับเค้ามีอะไรที่เหมือน หรือเข้ากันได้ดีบ้าง

เป็นเรื่องปกติ ที่คนเรามักจะอยากอยู่ใกล้คนที่ชอบ คิด ทำ อะไรคล้ายๆกัน ดังนั้น ระหว่างกิจกรรม หรือบทสนทนา คุณเห็นอะไรที่เข้ากันได้ระหว่างคุณสองคน ก็บอกให้เค้าได้ฉุกคิดเลย

“ชั้นก็ชอบดูหนังแนวนี้เหมือนกัน ว่าไปเราสองคนนี่ชอบดูหนังแบบเดียวกันเลยนะ”

“อันนี้นี่ของโปรดชั้นเลย นี่เธอชอบเหมือนกันเลยเหรอ”

การมีอะไรคล้ายกัน มันก็จะทำให้คุยกันได้ง่ายขึ้น นานขึ้น และสนุก เวลาที่ได้คุย หรือได้ทำอะไรแบบที่ชอบกับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน แล้วบ่อยๆเข้า เค้าก็จะเริ่มคิดแล้วว่า เออ จริงๆแล้ว เค้ากับคุณ นี่มีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่างเลยนะเนี่ย

แต่! สำคัญเลย ก็คือความพอดี อย่าให้มันเยอะเกิน ไม่ใช่ว่า เอะอะอะไรก็ชอบเหมือนเค้าไปหมด

เปิดฉากแสดงตัวว่า หลงรักเพื่อน ตัวเอง ไปบ้างแล้ว ก็รอดูปฎิกิริยาเค้าซะหน่อย

หลังจากที่คุณได้แย้มๆความในไปบ้างแล้ว ว่าคุณคิดกับเค้า เกินกว่าเพื่อน ไปแล้วนะ ก็อย่ารุกจนหนักเกินเดี่ยวอีกฝ่ายจะตั้งรับไม่ทัน และเดี๋ยวเราเองจะเบรคไม่ทันด้วย ถ้าอะไรอะไร มันไม่ได้เป็นไปในทางบวกอย่างที่คุณหวัง รอดีฟีดแบคหน่อย จะได้ประเมินสถานการณ์ได้บ้าง

รอดูซิ ว่าถ้าไม่ใช่ในเวลาที่เค้าจำเป็นต้องคุยหรือส่งข้อความหาคุณ ไม่ใช่เวลาที่เค้าต้องการความช่วยเหลือ หรืออะไรที่จำเป็นด้วยตัวของมันเองแล้ว เค้าจะคิดถึงคุณมั๊ย เช่น เค้าส่งข้อความหาคุณบ่อยขึ้นมั๊ย ในเรื่องอะไรที่มันส่วนตัว หรือมันไม่ได้จำเป็นต้องคุย แต่เค้าเลือกที่จะคุย หรือส่งข้อความหาคุณมากขึ้น แค่เพียงเพื่อ ถามว่า อยู่ไหน ทำอะไร มีเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นกับเค้ามาเล่าให้คุณฟัง เป็นต้น

ถ้าใช่! เค้าคุยกับคุณมากขึ้น ในเรื่องอะไรที่ไม่เคยคุย ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีแล้วนะ แน่ๆหล่ะ เค้าสบายใจและอยากคุยกับคุณมากขึ้น

พยายามให้มีแค่คุณและเค้า ในบทสนทนา อย่าดึงเพื่อนๆมาเกี่ยวเยอะ

ด้วยความที่คุณทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมา แน่นอนหล่ะ ต้องมีกลุ่มเพื่อน หรือคนที่คุณรู้จักด้วยเหมือนกัน แต่ตอนนี้ คุณต้องการให้เค้าเห็น หรือนึกถึงคุณ ได้อย่างชัดเจน แยกออกมาจากเพื่อนเหล่านั้น ดังนั้นบทสนทนาควรจะเน้นให้เป็นเรื่องของคุณ ไม่ต้องสาธารยา ชักเพื่อนคนนั้นที คนนี้ที มาเป็นส่วนเกี่ยวข้องในการพูดคุยโดยไม่จำเป็น ให้มันเป็นเรื่องของคุณกับเค้าเท่านั้น

ลองชวนเค้าออกไปไหนสองต่อสองดู

ลองชวนเค้าไปหาอะไรกิน หรือทำกิจกรรมอะไร ที่มีแค่คุณสองคน โดยไม่พูดถึงชื่อคนอื่นดูซิ ให้มีแค่คุณกับเค้า ให้รู้ไปเลยว่า อยากให้มีแค่คุณกับเค้า ดูซิว่าเค้าจะว่ายังไง ถ้าเค้ายังคง ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย… พูดขนาดนี้ ยังจะบอกอีกว่า “จะชวน เพื่อนคนนั้นคนนี้ ไปด้วย” จากทั้งหมดทั้งมวลที่คุณทำมา เค้ายังแสดงออกมาแบบนี้ อันนั้นก็อาจจะต้องเตรียมใจ เผื่อใจ ไว้บ้างละนะ ว่า เค้าอาจจะคิดกับคุณแค่เพื่อนจริงๆ แล้วหล่ะ แต่ถ้าเค้า เซย์เยสสสสส ก็ยิ้มรอได้เลยนะ เห็นคำว่า แฟน รออยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

ชัดเจน และมั่นใจ ในความรู้สึกตัวเองไปเลย

ถ้าดูมีแวว ว่าจะพอมีลุ้นอยู่บ้าง และความรู้สึกก็ชัดเจนมากจริงๆ ว่า อยากจะเปลี่ยนสถานะเป็นแฟน แล้วหล่ะก็ ลุยค่ะ หลังจากพยายามส่งสัญญาณมาระยะนึงแล้ว ก็บอกออกไปให้ชัดเจนไปเลย บอกเค้าออกไปเลยว่าคุณรู้สึกยังไง คุณแอบ หลังรักเพื่อน ตัวเอง และ อยากเปลี่ยนสถานะเป็นแฟน แล้วชวนออกเดทไปเลย

แค่นี้ คุณก็จะได้คำตอบ เร็วๆนี้แน่นอน ว่า หลงรักเพื่อน อยากเลื่อนสถานะเป็นแฟน ของคุณครั้งนี้ จะได้รับการเลื่อนขั้นรึป่าว หรือว่าจะต้องกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

อาจจะดูเหมือนยาก แต่ถ้าใจคุณ มันคิดเกินเพื่อน จนหยุดไว้ไม่ได้แล้ว อย่างน้อยๆ นี่ก็เป็นทางเดียวที่คุณจะได้เคลียร์ใจตัวคุณเอง และเค้าด้วย คุณจะได้รู้ว่าคุณ ควรไปต่อหรือพอแค่นี้