สิ่งที่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

สิ่งที่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน
We sometimes include products we think are useful for our readers. If you buy through links on this page, we may earn a small commission. Read our affiliate disclosure.

 

เอาจริงๆนะ การทะเลาะกับแฟน นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย และไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไปนะทุกคน ใจเย็นๆ ตั้งสติ หายใจลึกๆ แล้วหาทางจัดการให้ถูกวิธี แล้วมาลองดูกันว่า สิ่งที่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน มีอะไรบ้าง จะได้ช่วยให้อะไรๆ มันดีขึ้น

ที่บอกว่าการทะเลาะกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลก ก็เพราะว่าคนทุกคน เติบโตมาจากสภาพแวดล้อม สังคม การอบรมสั่งสอน และมีความคิดที่แตกต่างกัน ดังนั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดา ที่การใช้เวลาอยู่กับใครซักคนจริงๆบ่อยๆนานๆ ก็ย่อมจะมีเรื่องไม่ถูกใจกันบ้าง ความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง จนนำไปสู่การทะเลาะกัน ซึ่งก็จะใหญ่หรือเล็กแตกต่างกันไป ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์แบบแฟน สามีภรรยา พี่น้อง พ่อแม่ หรือเพื่อนร่วมงาน

และที่บอกว่ามันไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป ก็เพราะว่าถ้าเราจัดการ และรับมือกับมันได้อย่างถูกต้องแล้วหล่ะก็ มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ มันจะทำให้คุณได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ปรับตัวเข้าหากัน ยอมรับในสิ่งที่คุณทั้งคู่เป็น ได้ช่วยกันคิด หาทางออกให้ปัญหาด้วยกัน เพื่อจับมือกันฝ่าฟันปัญหานี้ไปด้วยกัน ซึ่งก็ถือเป็นอะไรที่ดีต่อความสัมพันธ์ของคุณซะด้วยซ้ำไป ใช่มั๊ยหล่ะ

ถ้ายังอยากจะรักษาความสัมพันธ์นี้ แฟนคนนี้ คนรักคนนี้ไว้ และไม่อยากให้การทะเลาะกัน ความไม่เข้าใจกันครั้งนี้ นำไปสู่การเลิกรา ลาจากกัน ก็ต้องรับมือกับม้นให้ถูกวิธี ถือวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนจากความแตกหักเลิกรา ไปเป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นต่อไป

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงฮึกเหิม พร้อมจับดาบ ฟาดฟันอุปสรรค เพื่ออนาคตอันสดใสกันแล้วหล่ะสิ งั้นมาดูกันเลยว่า ไอ้การจัดการ การรับมือที่ว่า มันต้องทำยังไงหน่ะเหรอ…มาค่ะ เดี๋ยวเราจะไกลด์ให้คุณเอง! สิ่งที่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน มีอะไรบ้าง มาลุยกันเลย

  • นัดวัน เวลา เคลียร์กันไปเลย

เมื่อเราเริ่มรู้สึกได้ ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังครุกรุ่น เหมือนภูเขาไฟที่เริ่มร้อนระอุ ใกล้ระเบิดแล้ว เวลานั้นแหล่ะ ที่เราต้องรีบจัดการก่อนที่มันจะสายเกินไป เพราะถ้าปล่อยเอาไว้ ไอ้ที่กำลังกรุ่นๆนี่ ถ้าได้ระเบิดขึ้นมาแล้วหล่ะก็ จะระงับไม่ทันแล้วนะ หรือถ้าจะทันก็คือยากละนะ เปรียบเสมือนลาวาร้อน พวยพุ่ง ปะทุออกมา พลังทำลายล้างสูง เอาน้ำเย็นเข้าลูบ เข้าราด ก็ไม่ทันแล้ว เว้นแต่จะเอาน้ำทั้งมหาสมุทรมาเทใส่ ซึ่งรับรองว่าเหนื่อยแน่ถ้าต้องทำแบบนั้น ใช่มั๊ยหล่ะ

ฉะนั้นรีบจัดการระงับเหตุก่อนเลยค่ะ จะช่วยประหยัดพลังงานในการจัดการได้มากขึ้นเยอะ อย่าไปรอให้เกิดแล้วค่อยจัดการเลย มันเหนื่อยนะจะบอกให้ ถ้ารับรู้ถึงความผิดปกติเมื่อไหร่ ให้รีบจัดการ อย่าตีมึนรอจนมันระเบิดนะ

ก่อนอื่นเลย ลองคุยแย๊บๆ ลองเชิงก่อนว่าเค้ากำลังโกรธ หรือมีปัญหา อยู่ในเลเวลไหนแล้วตอนนี้

“เอ๊ะ คุณดูไม่ค่อยสบายใจ มีปัญหาอะไรรึป่าว?”

“เอาแบบนี้มั๊ยที่รัก เดี๋ยวเย็นนี้เราหาเวลามาคุยเรื่องนี้กันดีมั๊ย?”

การทำแบบนี้จะช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราแคร์นะ เราสังเกตเห็นความไม่สบายใจของเขานะ เราไม่ได้ปล่อยผ่าน และอีกนัยหนึ่งคือ มันจะช่วยทำให้ทั้งสองฝ่าย ได้มีเวลาในการเตรียมตัว เตรียมคำพูด ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องพูดคุยกันขึ้นมาจริงๆ อารมณ์จะเย็นลง มีสติมากขึ้น ทำให้การสนทนาออกมาในรูปแบบของการสื่อสารที่ได้ผ่านการคิดไตร่ตรองมาแล้ว เป็นการช่วยหลีกเลี่ยงคำพูดไม่ดี หยาบคาย ทำร้ายจิตใจกันและกัน ซึ่งมีเปอร์เซ็นการเกิดขึ้นได้สูงมากหากคุณปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่จัดการ จนภูเขาไฟลูกนั้นได้ระเบิด ก็จะมีแต่ความโกรธ และคำพูดที่พร้อมเชือดเฉือน ทำร้ายกันได้ทุกเมื่อ ปะทุออกมาทั้งโดยที่เจตนาและไม่เจตนา

  • เบรคบ้าง พักยกบ้าง

ระหว่างที่คนเราทะเลาะกันเนี่ย มักจะมีฝ่ายหนึ่งที่จัดหนักจัดเต็ม พ่นไฟได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หรือไม่ก็คือนิ่งสนิทไม่ตอบสนองอะไรทั้งสิ้น เหมือนถอดจิตเข้าเฝ้าพระอินทร์ไปชั่วขณะ กับอีกฝ่ายที่พยายามจะแก้ไข หาทางออก ให้กับปัญหา

ถ้าเหตุการณ์ของคู่คุณกำลังเป็นแบบนี้หล่ะก็ ขอแนะนำเลยว่า ให้รีบขอเวลานอกก่อน เพื่อให้ทั้งคู่ได้พักไปตั้งสติ ให้อารมณ์เย็นลงหน่อย เพราะการที่คุณทั้งคู่ยังไม่มองไปในทางเดียวกัน ต่างคนต่างคุยในแบบของตัวเอง ไปคนละทิศคนละทาง ยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง การที่ยิ่งทะเลาะกันต่อไปก็ไม่ได้อะไร ปัญหาไม่ถูกแก้ไข หาประโยชน์อะไรไม่ได้  ยิ่งฝืนยืดเยื้อต่อไป พาลแต่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างยิ่งโมโห เผลอๆจะยิ่งเพิ่มเลเวลของการทะเลาะกันให้เดือดขึ้นไปอีก

แต่ แต่!! อย่าเชียวนะ อย่าเอะอะเดินออกไปเฉยๆนะ! อีกฝ่ายเดือดแน่ ทวีความโมโหขึ้นไปอีกร้อยเท่า เพราะสำหรับอีกฝ่ายแล้ว การที่คุณอยู่ดีดีก็เดินออกไปจากพื้นที่การสนทนานี้ มันทำให้เค้ามองเหมือนกับว่าคุณกำลังเดินหนีเค้า กำลังเดินหนีปัญหาที่กำลังคุยกันแทนที่จะช่วยกันแก้ไข

ลองใช้คำพูดและท่าทางที่สื่อให้เค้ารู้ว่า เราไม่ได้หนีไปไหนนะ เรายังจะกลับมาคุยกันต่อ เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาอยู่ แต่คุณแค่ขอเวลาพักแป๊บ เพื่อปรับอารมณ์ และตั้งสติมาคุยกันใหม่ ยกตัวอย่างเช่น

“โอเค ฉันก็อยากจะคุยเรื่องนี้ต่อนะ แต่ฉันขอเบรคไปสงบสติอารมณ์ซัก 10-15 นาที ได้มั๊ยที่รัก ฉันไม่ไปไหนหรอก ฉันรักคุณนะ”

“เอางี๊ที่รัก เดี๋ยวเรากลับมาคุยเรื่องนี้กันใหม่ เราจะต้องช่วยกันหาทางออกได้แน่นอน”

และเมื่อคุณทั้งคู่กลับมาคุยกันใหม่หลังจากพักเบรค คุณทั้งคู่จะเห็นได้ชัดว่า คุณทั้งคู่อยู่ในภาวะทางอารมณ์ที่ดีขึ้น ใจเย็นขึ้น คุยกันได้รู้เรื่องมากขึ้นแน่นอน ก็เหมือนนำ้ที่ต้มไว้บนเตา หากเราไม่ผ่อนหรือดับไฟบ้าง น้ำก็จะยิ่งเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ จนล้นหม้อต้ม แต่ถ้าเราผ่อนไฟลงบ้างน้ำก็จะค่อยๆเย็นลง ฟองที่กำลังเดือดๆ ก็จะค่อยๆยุบลง

  • บอก หรือขอร้องแทนที่จะบ่น

แทนที่จะเอาแต่บ่นๆๆ “คุณทำแบบนี้ตลอดเลย” “ทำไมคุณไม่เคยเปลี่ยนเลย” “คุณทำแบบนี้อีกแล้วนะ” บลาๆๆ หยุดค่ะ หยุดบ่นว่าเค้าทำแบบนั้นแบบนี้ แล้วเปลี่ยนมาเป็นการขอร้อง บอกไปเลยค่ะ ว่าอยากให้เค้าทำอะไร เป็นแบบไหน ปรับปรุงอะไร แบบนี้ง่ายกว่า ตรงกว่า ได้ดั่งใจกว่าเยอะเลยว่ามะ ง่ายกับอีกฝ่ายด้วย ที่ไม่ต้องมานั่งคาดเดาว่าคุณต้องการอะไร ชอบแบบไหน เดี๋ยวเดาผิดก็ซวยอีก ลองดูคำพูดตัวอย่างนี้ ว่ามันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมั๊ย

“คุณ ชั้นไม่โอเคเลย ชั้นว่าบ้านของเรามันรกมากเกินไป คุณช่วยชั้นเก็บกวาดหน่อยได้มั๊ย”

แทนที่จะพูดว่า

“นี่คุณ ปล่อยบ้านรกอีกแล้วนะ ไม่เคยเก็บกวาดอะไรเลย วันๆไม่เคยช่วยกัน ต้องให้ชั้นเป็นคนทำเองตลอดเลย

สังเกตมั๊ยว่าสองประโยคนี้มีใจความเดียวกัน คือ คุณไม่ชอบบ้านรก และอยากให้เค้าเก็บกวาดบ้าง แต่ข้อความที่สื่อสารออกไป กลับแตกต่างกันมาก คนฟังก็จะได้รับสารที่แตกต่างกัน แทนที่คุณจะบ่นๆด่าๆ ตินั่นตินี่ ก็เปลี่ยนเป็นพูดดีดี บอกกันตรงๆดีกว่า

ไม่ใช่แค่คำพูดต้องตรงไปตรงมาเข้าประเด็นแค่นั้นนะ การเลือกคำพูด และการแสดงสีหน้าท่าทางขณะที่พูดก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย เพราะอาจจะนำไปสู่การเข้าใจผิดประเด็น ผิดใจความแท้จริงที่คุณต้องการสื่อได้

  • รับฟัง และถามคู่ของคุณซิ ว่าเค้าต้องการอะไร คิดยังไงกันแน่

เมื่อคู่คุณทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน แล้วตกลงที่จะมานั่งคุยกันแล้ว การตั้งใจฟังคู่สนทนาของคุณอย่างเปิดใจ ไม่ยึดความคิดตัวเองเป็นหลัก เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ตั้งใจฟังจริงๆนะ อย่าเพิ่งขัด ขอร้อง  เดี๋ยวโพล่งมาผิดจังหวะ ทำอีกฝ่ายอารมณ์ขึ้นกว่าเดิม แล้วสวดยับได้นะ พยายามปล่อยให้เค้าพูดให้จบ ระบายสิ่งที่เค้ามีออกมาให้หมด แล้วเราค่อยพูดในส่วนที่เราไม่เห็นด้วย ถามในส่วนที่เราไม่เข้าใจ หรืออธิบายในส่วนที่เค้าเข้าใจผิดไป

เพียงแค่การหันหน้าเข้าหากัน มองหน้าจ้องตากัน ขณะที่เค้าพูด แค่เล็กน้อยแค่นี้ เค้าก็จะรู้สึกได้ว่าคุณตั้งใจฟังเค้าจริงๆ แล้วมันก็จะช่วยป้องกันมหันตภัยระหว่างการสนทนานี้ของคู่คุณได้อย่างมหาศาลเลยหล่ะ จริงจริ๊งงงงงง

การรับฟังกัน พูดคุยกันอย่างมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เป็น สิ่งที่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน เป็นอย่างยิ่งเลยนะ นอกจากมันจะทำให้คุณได้เข้าใจความคิดของอีกฝั่งแล้ว บางทีมันก็เหมือนกระจกที่ทำให้คุณได้มองเห็นตัวเองมากขึ้นด้วยนะ ว่าจริงๆแล้ว บางครั้งการกระทำของตัวคุณเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาได้โดยที่คุณไม่รู้ตัวเช่นกัน

  • ขอโทษให้เป็นไม่พอ ต้องขอโทษให้ถูกวิธีด้วย

การยอมรับผิด ขอโทษ หรือง้อแฟน เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณได้ทำอะไรผิดพลาดไป ซึ่งบางครั้งอาจจะทำลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจซะด้วยซ้ำ การเอ่ยคำขอโทษ ไม่ใช่เรื่องเสียฟอร์มเลย อย่าอีโก้สูงเลย ยิ่งกับคนที่คุณรักด้วยแล้วอ่ะนะ ถ้าบางเรื่องคุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้ผิดทั้งหมด คุณก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษสุ่มสี่สุ่มห้าไปหมดโดยที่คุณไม่ได้รู้สึกผิดก็ได้นะ เพราะมันอาจจะดีในช่วงแรกๆที่ทำให้ปัญหามันจบลงได้  แต่มันจะไม่ส่งผลดีกับความสัมพันธ์ในอนาคตนะ มันอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ และขอโทษซ้ำๆ เนื่องจากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และเข้าใจจริงๆ เพียงแค่เอ่ยคำขอโทษ เพื่อให้มันจบๆไปในทุกๆครั้ง

เมื่อปรับความเข้าใจกันได้แล้ว อยากจะขอโทษ การขอโทษก็เป็นอีกอย่างที่สำคัญเลยนะ ทุกคนมีวิธีการแสดงความรักที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกันกับการขอโทษ คุณต้องรู้จักคนรักของคุณดีพอที่จะคาดเดาให้ได้ว่าจริงๆแล้ว เค้าต้องการการขอโทษแบบไหน

บางคนต้องการคำมั่นสัญญา เช่น  “ขอโทษนะ ฉันรู้ว่าทำให้คุณเสียใจ และฉันจะไม่ทำอีก เราดีกันเถอะนะที่รัก”

บางคนต้องการรับรู้ว่าคุณเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ “ฉันเข้าใจแล้วว่าคุณคิดยังไง และปัญหามันคืออะไร ขอโทษด้วยนะ” (คุณอาจจะต้องอธิบายสรุปความสั้นๆนิดนึง ให้เค้ารู้ว่าคุณเข้าใจตรงประเด็นที่เค้าต้องการจริงๆ)

 

อาจจะต้องใช้ความอดทนและตั้งใจเป็นอย่างมากหน่อยนะ ที่จะต้องควบคุมสติอารมณ์เพื่อที่จะจัดการรับมือกับการทะเลาะกันให้ได้อย่างดี ในสถานการณ์ที่มันครุกรุ่น แต่รับรองว่ามันคุ้มค่าแน่นอน กับการรักษาความสัมพันธ์กับคนที่ดีและรักคุณ