ต้องทำยังไงถ้ารักเราเริ่มมีปัญหา

We sometimes include products we think are useful for our readers. If you buy through links on this page, we may earn a small commission. Read our affiliate disclosure.

กว่าจะได้รักมาว่ายากแล้ว การรักษารักไว้ยิ่งยากกว่าหลายเท่า

เพราะในความสัมพันธ์มันมีอะไรมากมายที่ต้องเรียนรู้และจัดการ หากคุณทั้งคู่ทำมันได้ไม่ดีพอ ความรักที่ได้มาอาจจะจืดจางลง หรือไฟรักที่มีมันอาจจะค่อยๆหมดมอดไปก็เป็นได้

จะทำยังไงดีหล่ะ ถ้า “รักเรามันเริ่มเก่า” “ไฟรักเรามันเริ่มมอด” “ความรักเราไม่หอมหวานเหมือนก่อน” ซึ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรืออาจเกิดขึ้นกับคุณทั้งคู่พร้อมกันเลย

เมื่อคุณรู้สึกว่ารักของคุณมาถึงทางแยก ก่อนจะปุบปับตัดสินใจทำอะไรไป ลองนั่งลงแล้วให้เวลากับตัวเอง ให้ได้คิดทบทวน ว่ามันเกิดจากอะไร พร้อมที่จะแก้ไขมั๊ย และยังอยากจะเดินไปด้วยกันต่อรึป่าว 

ถ้าคำตอบของคุณ คือยังอยากไปต่อในความสัมพันธ์ครั้งนี้จริงๆ มันก็พอมีวิธีที่อาจจะช่วยรักษารักของคุณเอาไว้ได้

เรามาเริ่มศึกษาวิธีที่จะกอบกู้ความสัมสัมพันธ์ที่เริ่มเหี่ยวเฉากันดีกว่า

ลองคิดดูซิว่าความสัมพันธ์ของคู่คุณเริ่มเปลี่ยนไปตอนไหน

อาจจะฟังดูยาก แต่ถ้าคุณลองคิดย้อนไป แล้วตอบได้ว่ามันเกิดขึ้นช่วงไหน มีเหตุการณ์อะไรมั๊ย มีสัญญาณอะไรรึป่าว มันก็จะช่วยให้เราแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดมากยิ่งขึ้น

ถ้าคิดไม่ออกก็ลองตั้งคำถามให้ตัวเองดู ยกตัวอย่างเช่น

เราไม่ค่อยได้ใช้เวลาร่วมกันรึป่าว?

เราไม่ค่อยมีเวลาให้เค้ารึป่าว?

เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นมั๊ย? ส่วนใหญ่เรื่องอะไร?

เราไม่ค่อยได้ทำอะไรโรแมนติกให้กันเหมือนเมื่อก่อนมั๊ย?

ทำอะไรซักอย่างสิ

เมื่อคุณพอจะรู้หรือเดาได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้มันเกิดจากอะไร ก็ถึงเวลาที่ต้องลงมือทำการแก้ไขมันซะ ก่อนที่จะสายเกินไป

เช่น คนรักของคุณรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาด้วยกันเลย รู้สึกห่างเหิน ทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเค้าไม่มีค่า ไม่มีความสำคัญสำหรับคุณ ทำให้เค้าเริ่มถอดใจจะไปจากคุณ…จะรออะไรหล่ะ รู้แบบนี้แล้วก็จัดเลยค่ะ เดทไนท์ หรือทริปกระชับรัก อะไรก็ว่าไป เคลียร์งานเคลียร์เวลา แล้วใช้เวลานั้นกับคนที่คุณรักให้มีค่าที่สุด

แต่ก็อย่าลืมนะ ว่าอีกฝ่ายเค้าสะสมความรู้สึกเหล่านั้นมานานพอสมควร จนเค้าเริ่มจะถอดใจกับความสัมพันธ์ครั้งนี้กับคุณ ฉะนั้นการที่คุณจะดึงเอาความรู้สึกดีดีของเค้าที่เคยมีให้คุณกลับมา มันก็ต้องค่อยๆใช้เวลาเช่นกัน คุณต้องแสดงให้เค้าเห็นว่าคุณรักเค้า เค้ามีค่าสำหรับคุณ อธิบายหรือแสดงให้เค้ารู้ว่าที่พักหลังๆมานี้คุณไม่ค่อยมีเวลาให้เพราะอะไร เช่น คุณกำลังทำงานเพื่อหวังสร้างอนาคตที่ดีเพื่อเค้าอยู่รึป่าว หรือเพราะตัวคุณเองมีปัญหาอะไรรึป่าว คุณต้องเคลียร์ใจกับคู่ของคุณก่อนที่เค้าจะคิดไปเองจนไกลเกินกว่าจะดึงเค้ากลับมาได้

ถอยออกมาเพื่อให้มองเห็นปัญหาชัดขึ้น

ถอยออกมาซักก้าว เพื่อเราจะได้เห็นคู่ของเราในมุมที่กว้างขึ้น ในมุมที่แตกต่าง โดยไม่ยึดมุมมองตัวเองแต่ฝ่ายเดียว เผื่อจะได้เห็นว่าปัญหามันคืออะไร และเกิดจากตรงไหน มันยังพอมีอะไรที่แก้ไขได้มั๊ย

การสื่อสารกัน คุยกัน สำคัญที่สุด เพื่อหาทางออกร่วมกัน

สำคัญมากนะ ย้ำกันเสมอว่า “การสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญมากในความสัมพันธ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อความสัมพันธ์คุณกำลังมีปัญหา และคุณต้องการที่คุณจะต้องหาทางออกร่วมกัน เพราะคำว่า “คู่” คือ “สอง” ฉะนั้นถ้าคู่ของคุณจะก้าวผ่านช่วงเวลาที่หัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างการไปต่อหรือพอแค่นี้ ไปได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากคุณทั้งสองคน

การเปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมา พูดให้ชัด คุยให้เคลียร์ ว่าเค้าต้องการอะไร คุณต้องการอะไร ปัญหามันคืออะไร แล้วหาทางออกร่วมกันอย่างมีเหตุผล

ความจริง ความรู้สึกลึกๆ หรือความต้องการบางอย่าง คุณอาจจะคิดว่ามันไม่โอเค ไม่ควรที่จะพูด หรือโหดร้ายเกินไป เลยไม่กล้าที่จะบอกออกไป แต่เชื่อเถอะ ถ้าคุณกล้าที่จะพูดกับคนรักของคุณอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความจริง ยังไงมันก็ดีกว่าโกหกกัน หรือให้อีกฝ่ายรู้จากคนอื่น และมันก็จะทำให้ตัวเองสบายใจมากขึ้นที่ได้พูดมันออกไป แถมยังทำให้ความสัมพันธ์ของคุณชัดเจนและตรงไปตรงมามากขึ้นอีกด้วย และเมื่อหาทางออกได้แล้ว อย่าให้มันจบแค่การพูดคุย คุณทั้งคู่ต้องลงมือทำมันด้วยนะ

อย่าให้มันตึงเครียดมากไป ให้พื้นที่กันหน่อย

แม้ว่าคุณจะอยากแก้ไขปัญหาให้มันจบ และกลับมารักกันให้ได้เร็วที่สุด มากขนาดไหนก็ตาม คุณก็ต้องไม่ลืมว่า เรื่องบางเรื่อง มันไม่สามารถปุ๊บปั๊บได้ดั่งใจเราขนาดนั้น

ก็เหมือนการที่เรากำลังพยายามซ่อมแซมของบางอย่างมันที่มันเสียหายไป มันต้องใช้เวลา มากน้อยต่างกันไป ขึ้นอยู่กับของสิ่งๆนั้นเอง และความเสียหายที่มันได้รับ การที่เราเร่งรัดมันมากเกินไป อาจจะทำให้มันพังกว่าเดิมหรือที่เลวร้ายที่สุด ก็อาจจะพังจนกลับมาใช้งานอีกไม่ได้เลย

ความสัมพันธ์ก็เช่นกัน เป็นอะไรที่เกี่ยวกับความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ซับซ้อน ละเอียดอ่อน และบอบบางมาก ดังนั้นต้องค่อยๆคิด ค่อยๆแก้ อย่าเร่งรีบ อย่าเครียดจนเกินไป ให้พื้นที่ ให้เวลาเค้าได้คิดทบทวนบ้าง เพราะบางครั้งจากการที่เรารักเค้า อยากจะแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้เค้ากลับคืนมา กลับกลายเป็นการสร้างความเครียดและกดดัน ที่มันยิ่งผลักให้เค้ายิ่งไกลออกไปก็ได้

เรียกหน่วยเสริม หาควาามช่วยเหลือ

ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือน่าอายอะไร ที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อน ครอบครัว เมื่อเราลองแก้ปัญหาด้วยตัวเองแล้วมันไม่ได้ หรือว่าเมื่อเราพิจารณาแล้วว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ เราต้องการตัวช่วย บุคคลเหล่านี้ก็เป็นคำตอบให้คุณได้ เช่น ถ้าอีกฝ่ายปิดกั้นการเข้าถึงเค้าจากคุณ คุณอาจจะต้องเข้าทางเพื่อน หรือครอบครัวเค้าแทน เพื่อนส่งสารไปถึงเค้า แต่! ทั้งนี้ทั้งนั้น จะขอความช่วยเหลือจากบุคคลเหล่านั้นได้ คุณต้องพิสูจน์ความจริงใจ พิสูจน์ตัวเองให้กลุ่มคนเหล่านั้นรู้สึกอยากให้ความช่วยเหลือกับคุณนะ

สูดหายใจลึกๆ ก่อนตัดสินใจทำหรือพูดอะไร

บอกเลยว่าอย่านะ อันตรายมาก โดยปกติถ้าคนเราทำอะไรตอนเครียด โกรธ หรือสภาพทางอารมณ์ไม่ปกติ โอกาสการตัดสินใจผิดพลาดมีค่อนข้างสูงพอควร เรื่องนี้คุณต้องระวังมากเพราะทุกสิ่งที่คุณทำ หรือพูดจะส่งผลต่อความสัมพันธ์คุณแน่นอน

คุณควรต้องถอยออกมาตั้งสติก่อนจะทำ หรือพูดอะไรต่อไป

ยอมรับ และปล่อยวางซะบ้าง

สุดท้ายแล้วนะ ถ้าเราทำเต็มที่แล้ว สุดความสามารถแล้ว แต่รั้งเค้าไว้ไม่ได้ รักษาความสำคัญไว้ไม่สำเร็จ อาจจะเป็นเพราะเราเองที่ปล่อยไว้จนมันสายเกินไป หรือเป็นที่เค้าเองถอดใจยอมแพ้เร็วไป หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าผลมันออกมาว่าไม่ได้ไปต่อ เราก็ต้องยอมรับมัน ปล่อยวางมันซะ แม้ว่าคู่คุณจะเคยรักกันขนาดไหน มีความทรงจำดีดีมากมายเท่าไหร่ แต่ทั้งหมดนั่นมันก็คืออดีตไปแล้ว

อาจฟังดูยาก และใช่ มันยาก และอาจจะต้องใช้เวลาที่นาน แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือตัวเราเองที่เราจะต้องรัก และไปต่อ อย่าจมอยู่กับอดีต ให้อยู่กับปัจจุบัน และเรียนที่จะทำให้อนาคตดีขึ้น

ถ้าคุณปล่อยวางอดีตไม่ได้ ไม่เรียนรู้จากมัน คุณก็จะไม่มีปัจจุบัน และไม่มีทางสร้างอนาคตความสัมพันธ์ใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้

 

หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยปั๊มหัวใจชีวิตคู่ของทุกคนให้กลับมาเต้นอีกครั้งนะ สู้! สู้! เอาใจช่วยทุกคนอยู่นะ