คุณสมบัติของแฟนที่ดี ต้องเป็นแบบไหน

We sometimes include products we think are useful for our readers. If you buy through links on this page, we may earn a small commission. Read our affiliate disclosure.
คุณสมบัติของแฟนที่ดี

“แฟนที่ดี” ต้องเป็นแบบไหน และ อยากจะเป็น “แฟนที่ดี” ต้องทำยังไง

ถ้าจะให้แจกแจงแยกย่อยออกมาทั้งหมด ว่า คุณสมบัติของแฟนที่ดี ต้องเป็นแบบไหน ก็คงต้องใช้เวลาหลายปี เขียนหนังสือหลายเล่ม พิมพ์บทความจนนิ้วล็อค เพราะลักษณะของ “แฟนหรือคู่ชีวิต ที่ดี” มันมีเยอะมาก และหลากหลายมากๆเช่นกัน มันขึ้นอยู่กับว่า คนที่กำลังตั้งถามนี้มีเป้าหมายหรือความต้องการแบบไหนในความสัมพันธ์

บางคนอาจต้องการแค่ว่า ไม่เจ้าชู้ไม่นอกใจ แค่นั้นจบ

แต่ส่วนตัว คิดว่า “การไม่เจ้าชู้ ไม่นอกใจ” เป็น คุณสมบัติของแฟนที่ดี ขั้นพื้นฐาน จำเป็นต้องมี อยู่แล้วในความสัมพันธ์ หากคุณทำไม่ไ้ด้ ก็ยังห่างไกลที่จะเรียกตัวเองว่า “แฟน หรือคู่ชีวิตที่ดี” ได้

รักตัวเองให้เป็นก่อนนะเธอ

ก่อนที่เราจะแบ่งความรักให้ใคร เราต้องรู้จักรักและเข้าใจตัวเองให้มากพอก่อน ไม่อย่างงั้นอาจจะลำบาก ถ้าเราไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่า อะไรที่ทำให้เรามีความสุข อะไรที่เราต้องการ

เราก็จะกล้าพูดในสิ่งที่เราคิด และกล้าบอกในสิ่งที่เรารู้สึกและต้องการ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องรับฟังและไม่ด่วนตัดสินอีกฝ่ายเช่นกันนะ

สัญญาอะไรไว้ต้องทำให้ได้นะ

คนรักกัน การรักษาคำมั่นสัญญาต่อกันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยิ่งเราสำคัญกับเค้าเท่าไหร่ คำพูดของเราก็ยิ่งสำคัญและเป็นสิ่งที่เค้าจดจำมากเท่านั้น มันเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นเชื่อใจที่มีให้กัน และสิ่งนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญอันดับต้นๆของความสัมพันธ์เลยทีเดียวเชียวหล่ะ

ดังนั้น หากคุณไม่อยากทำร้ายความรู้สึก ไม่อยากทำลายความเชื่อมั่น ต่อคนรักของคุณ ก็ต้องคิดให้ดีก่อนเอ่ยปากให้คำมั่นสัญญาอะไร ถ้าคิดว่าทำไม่ได้อย่าพูดออกมาว่า “สัญญา” จะดีกว่า ไม่งั้นพอทำไม่ได้ก็ต้องมานั่งพูดคำว่า “ขอโทษ” กันซ้ำๆซากๆบ่อยๆ มันไม่ดีกับความสัมพันธ์เอาซะเลย

พูดคุย เปิดใจอยู่ตลอด

ส่วนตัวแล้วจะบอกเสมอ ว่าทุกความสัมพันธ์ การพูดคุยกันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เพราะมันเป็นอะไรที่ตรงและชัดเจนที่สุดแล้ว ดีกว่าการคิดเอง คาดเดาเอง หรือไปได้ยินมาจากคนอื่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องเลือกวิธีการสื่อสารให้เหมาะสมกับคู่ของเราด้วย

เป็นผู้ฟังที่ดี ใส่ใจคู่ของคุณบ้าง

สังเกตคู่ของคุณบ้าง ว่าเค้าเป็นยังไงบ้าง และอะไรเป็นสาเหตุของสิ่งนั้น เช่น

เค้าดูสดใสมีความสุขมากเป็นพิเศษ มีอะไรรึป่าวน๊า หรือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ หรือว่าเค้าได้เลื่อนขั้น ลองถามเค้าดูว่าเค้ามีอะไรดีดีอยากจะแชร์ให้เราฟังมั๊ย

ถ้าเค้าดูเครียด เหมือนมีปัญหาอะไร แต่ยังไม่ยอมพูดออกมา เราในฐานะคู่รัก ก็ควรต้องถามไถ่ เผื่อเค้าอยากระบาย หรืออยากให้เราช่วย แต่ไม่กล้า เราทำให้เค้ารับรู้ได้ว่าคุณอยู่ตรงนี้เพื่อเค้าเสมอในเวลาที่เค้าต้องการเวลา อาจเริ่มต้นง่ายๆจากการ ”รับฟัง” เมื่อเค้ามีปัญหา แม้เราอาจจะช่วยเค้าได้หรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยการรับฟัง วางมือถือหรืองาน หรืออะไรก็ตามที่กำลังทำอยู่ แล้วมองหน้าเค้า ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง เพียงแค่นี้ก็มีค่า มีความหมายมากมายแล้ว

ให้เวลากันและกัน และใช้มันอย่างคุ้มค่า

บางเวลาเราอาจจะยุ่ง เหนื่อย ไม่ค่อยมีเวลาว่าง จนทำให้เราลืมใส่ใจคนรักของเราไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เราควรต้องหาเวลาให้กัน เติมรักกันบ้าง อย่าปล่อยให้ความรักที่มีมันค่อยๆลดต่ำลงไป จนเติมไม่ทัน แนะนำว่าเพื่อป้องกันการลืมโดยไม่เจตนา ลองใช้วิธีกำหนดวันหวานของคู่เราอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งวัน ที่คู่เราจะมาเจอกัน ทำกิจกรรมร่วมกันแน่ๆ เช่น นัดกันไปทานอาหารร้านที่ชอบ หรือดูหนังในโรงหนัง หรือไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะด้วยกัน เพื่อการันตีว่า อย่างน้อยๆเราก็จะได้เติมหวานให้กันแน่ๆอาทิตย์ละหนึ่งวัน

และต้องใช้เวลาที่มีด้วยกันนั้นอย่างคุ้มค่าด้วยนะ ไม่ใช่ตัวอยู่ด้วยกัน แต่ใจอยู่ที่งานบ้าง มือถือบ้าง เกมส์บ้าง เพื่อนบ้าง บลาๆๆ ขอเถอะ เวลาอยู่ด้วยกันช่วยวางทุกอย่างลงก่อนแล้วมีแค่เราสองคนนะ

อย่าใช้มุมมองตัวเองตัดสินทุกอย่าง

พยายามทำใจให้เป็นกลาง มองทุกอย่างในหลากหลายมุม อย่าใช้แค่มุมมองตัวเองตัดสิน เช่น เมื่อแฟนมึปัญหา อย่าพูดแค่ว่า “เรื่องแค่นี้เอง” เพราะเรื่องแค่นี้สำหรับคุณ อาจจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับเค้าก็ได้ คุณต้องฟัง(อย่างเป็นกลาง)ความคิดเห็นจากมุมมองของเค้าก่อน ว่าทำไมเค้าถึงคิดว่ามันเป็นปัญหา แล้วช่วยเค้าคิดหาทางออกอย่างเป็นเหตุเป็นผล

พูดให้ได้ยิน แสดงออกให้เห็น

การแสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า เรารักเค้า เป็นเรื่องสำคัญมากในความสัมพันธ์ ถ้าพูดแล้วไม่แสดงออกให้เหมือนที่พูดคำพูดก็แทบจะไม่มีความหมาย กลับกันถ้าแสดงออกแล้วไม่พูดบ้าง อีกฝ่ายก็ไม่กล้าจะแน่ใจว่าเค้าตีความการกระทำนั้นถูกรึป่าว  เพราะวิธีแสดงความรักของฝ่ายหนึ่ง และสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้ว่ารัก อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ ฉะนั้นคำพูดกับการกระทำสำคัญพอกันค่ะ

“ได้นั่งทานข้าวเย็นกับคุณ เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในวันนี้”

“รักคุณนะ”

ไม่ใช่แค่การบอกหรือแสดงออกความรู้สึกเท่านั้นนะ การพูดให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าคุณต้องการอะไร ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น และดีกับคุณทั้งสองฝ่าย ตัวคุณเองก็จะได้ไม่ต้องอึดอัด ส่วนอีกฝ่ายก็จะได้รู้ว่าคุณต้องการอะไรโดยไม่ต้องคาดเดา

“อยากเจอเธอจังเลย”

“ไม่อยากให้คุณออกไปข้างนอกเลยวันนี้ อยากอยู่กับคุณทั้งวันเลย”

ภาษากายก็อย่าลืมนะ เดินจับมือกัน หอมหัว จูบหน้าผาก กอดกันบ้าง เพิ่มความโรแมนติกให้ความสัมพันธ์ได้เยอะเลยทีเดียว

รู้จักยินดี ซาบซึ้งใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้

ถ้าคุณไม่รับรู้ ไม่รู้สึกยินดียินร้าย กับสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้นี่ลำบากละนะ เพราะนั่นหมายความว่า ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำดีกับคุณแค่ไหน รักคุณมากเท่าไหร่ คุณก็ไม่รู้เลย มันบั่นทอนกันและกัน และอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นหรือจบลงได้

ยกตัวอย่างเช่น แฟน/คนรัก ของทำอาหารเย็นให้ทาน แต่คุณกลับคิดว่า “ก็เป็นหน้าที่ป๊ะ คนรักกันอยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกันป๊ะ” แทนที่คุณจะซาบซึ้งใจ ที่อีกฝ่ายอุตส่าห์เสียสละเวลาทำอาหารให้ทาน ลองปรับเปลี่ยนความคิด และขอบคุณในสิ่งที่ได้รับจากอีกฝ่าย เปลี่ยนความคิดไม่พอ พูดออกไปให้เค้ารู้สักนิดก็ยิ่งดี เค้าเองก็จะได้ชื่นใจ ที่คุณเห็นความดีของเค้า

“ขอบคุณนะ ที่ทำอาหารเย็นให้ อร่อยมากๆเลย”

สานสัมพันธ์กับคนรอบข้างคู่ของคุณบ้าง

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แฟนเราก็เป็นมนุษย์คนนึง ก็ย่อมต้องมีสังคม มีเพื่อน มีครอบครัว เป็นธรรมดา ดังนั้นหากจะรักเค้า อยากอยู่กับเค้า ก็ต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมของเค้าเช่นกัน

การที่คุณได้ร่วมใช้เวลากับคู่ของคุณ ร่วมกับคนที่เค้ารัก เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรารักในทุกอย่างที่เค้ารัก ชอบทุกอย่างที่เค้าเป็น และอยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเค้า

“วันนี้คุณมีแฟนที่ดี และเป็นแฟนที่ดี แล้วรึยัง”