ข้อดีของการเป็นโสด

ข้อดีของการเป็นโสด happy being single
We sometimes include products we think are useful for our readers. If you buy through links on this page, we may earn a small commission. Read our affiliate disclosure.

 

ใครกำลังโสด เพิ่งอกหักรักคุด เพิ่งเลิกกับแฟน หรือโสดมานานแล้ว รู้สึกโดดเดี่ยว เดียวดาย เหงาเหลือเกิน อยากมีคู่เป็นที่สุด อย่าเพิ่งดำดิ่งกันขนาดนั้นคุณขา การเป็นโสดมันไม่ได้โหดร้าย ทารุณ ขนาดนั้นค่ะคุณ เผลอๆนะมีข้อดีเยอะแยะซะอีก มาดูกันว่า ข้อดีของการเป็นโสด มีอะไรบ้าง อ่านจบแล้วคุณจะแฮปปี้ดี๊ด๊ากับการเป็นโสดมากขึ้นเป็นกองแน่นอน

6 ข้อดีของการเป็นโสด

1.คุณจะมีเวลาให้ตัวเอง ดูแลตัวเอง และเป็นตัวคุณในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

ทำไมนั่นหน่ะเหรอ ก็เพราะบางคนเมื่อตอนมีความรัก มัวแต่ทุ่มเทให้กับคนรักมากจนเกินไป จนลืมไปว่า ตัวคุณเองเคยชอบทำอะไร ทานอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน ไปทำหลายๆอย่าง เพื่อเอาใจแฟน ดังนั้นเมื่อคุณโสด เวลาทั้งหมดก็จะกลับมาเป็นของตัวคุณเอง คุณมีเวลาที่จะสนใจตัวคุณเองอย่างเต็มที่ไง การมีคู่มันไม่ได้ง่ายนะ มันต้องใช้ความพยายาม การปรับตัว เวลา และอะไรอีกหลายๆอย่าง เพื่อที่จะทำให้มันเดินต่อไปได้ ซึ่งเรา คนโสด ก็คือไม่ต้องทำอะไรเหล่านั้นเลยไง เราก็สนใจแต่ตัวเราเอง ใช้เวลาไปกับดูแลเอาใจใส่ตัวเอง ปรับปรุงพัฒนาตัวเอง แต่งสวยเติมหล่อให้ตัวเอง ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเอง และไม่ต้องเสียสภาพจิตไปกับการทะเลาะหรือฝืนตามใจใคร

ยกตัวอย่างเช่น วันนี้มีคลาสออกกำลังกายตอนเย็น แต่แฟนชวนไปทานข้าว หรือวันหยุดนี้มีงานต้องทำ เพื่อเตรียมพรีเซนต์ในวันจันทร์ แต่แฟนชวนไปเที่ยวต่างจังหวัด เอาไงหล่ะทีนี้ คนมีคู่ส่วนมากมักจะเลือกที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่คุณรัก นั่นแสดงว่าเป้าหมายหรือความสนใจของคุณต้องถูกแชร์ อาจจะโฟกัสได้ไม่เต็มที่ ต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการเวลา ถ้าคุณสามารถทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างดี สำเร็จในทุกเป้าหมาย ก็ยินดีด้วย แต่ส่วนมากแล้ว มันไม่เป็นอย่างนั้นหน่ะสิ บางครั้งคุณอาจจะต้องเลือกทิ้งบางอย่าง หรือทำได้ทุกอย่าง แต่อาจจะได้ไม่ดีนัก

แต่ถ้าคุณโสด อยากไปคลาสออกกำลังกาย ไปค่ะ หุ่นดี สุขภาพแข็งแรงไปเลย หรืออยากจะทุ่มเทเวลาทำงาน ทำค่ะ เอาให้ได้เลื่อนขั้น เอาให้ปังไปเลย

2.คุณจะมีอิสระมากขึ้น มีโอกาสได้เดินตามความฝันของตัวเอง

ความจริงแล้ว “อิสระ” เป็นสิ่งที่ทุกคนที่เป็นโสด จะสัมผัสได้เป็นข้อแรกๆ เลยหล่ะ เพราะเมื่อก่อนตอนเรามีใครซักคน ที่เราจะต้องแชร์ แบ่งปัน ทุกอย่าง ทุกความรู้สึก ทุกการกระทำ ด้วยกัน แต่วันนี้ เมื่อเราได้กลับมาอยู่กับตัวเราเองคนเดียวจริงๆ คุณจะได้อิสระ ในการทำทุกอย่างตามใจคุณ คุณอยากไปไหน อยากทำอะไร แต่งตัวแบบไหน กินอะไร โดยไม่ต้องห่วง หรือกังวล ถึงอีกคนแล้ว

อีกทั้งหลายๆคน เมื่อใช้ชีวิตกับใครนานๆ ก็มักจะเคยชินกับการต้องแชร์ความฝัน แคร์ความรู้สึก กับคนอื่น จนอาจจะหลงลืมไปแล้วว่า ความฝันที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร

คุณอาจจะเคย อยากแบกเป้ไปเที่ยวรอบโลก อยากเรียนต่อ อยากไปทำงานต่างประเทศ เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น บางคนชอบเดินทาง ฝันอยากเดินทางไปเที่ยวรอบโลก แต่ด้วยความที่มีใครซักคน ที่เค้าอาจจะเป็นห่วงเรา ก็เลยห้ามไม่อยากให้ไป หรืออาจจะอยากไปร่วมฝันกับเราด้วย แต่ด้วยเวลา งาน หรืออะไรหลายๆอย่างไม่อำนวย ก็เลยไปด้วยไม่ได้ พอเป็นแบบนั้นแล้ว ด้วยความที่เราห่วงเค้า แคร์ความรู้สึกเค้า ไม่อยากทิ้งเค้าไปเที่ยวคนเดียว เราเลยยอมชะลอ หรือแม้แต่ยอมทิ้งความฝันนั้นไว้ข้างหลัง จนความฝันนั้นเลือนลางไป จนเราเองแทบจะจำไม่ได้แล้ว

ตอนโสดนี่แหล่ะ ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะได้ออกไปตามล่าหาความฝันของเรา โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกแล้ว ได้ไปทำอะไรใหม่ เจอสิ่งใหม่ๆ ได้แรงบันดาลใจใหม่ๆดีๆ ให้กับตัวเองอีกครั้ง

3.คุณจะได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่

ต้องยอมรับว่าทุกคน มีเรื่องที่อยากทำ มีสิ่งที่ตัวเองเป็น แตกต่างกัน ซึ่งถามว่าถ้าได้เจอคนที่เข้าใจ รับได้ หรือคล้ายๆกับเรา มันโอเคมั๊ย ก็คือยื่งกว่าโอเคค่ะ เริ่ดมากเลยหล่ะ แต่มันก็ไม่ง่ายไง ไม่ใช่ทุกคนจะหาคู่แบบนั้นเจอ

โดยปกติทั่วไป คนส่วนใหญ่ เวลาออกเดท หรือช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ มักจะพยายามให้อีกฝ่ายเห็นแต่สิ่งดีดีของตัวเอง อะไรยอมได้ก็ยอม ไม่ค่อยอยากมีปัญหา หรือที่แย่คือบางครั้งยอมเป็นอีกคน ที่ไม่ใช่ตัวเองเอาซะเลย ยอมสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป เพียงเพื่อให้อีกฝ่ายพอใจ ซึ่งนั่นก็จะทำให้อีกฝ่ายติด และคิดว่าคนคนนั่นที่เราสร้างขึ้นมา นั่นคือตัวตนของเรา ทั้งที่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ แล้วใครจะเป็นคนอื่นได้ตลอดชีวิตหล่ะว่ามั๊ย วันนึงเมื่อความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป ในระยะยาว เราที่เป็นเราจริงๆก็ต้องออกมาแสดงตัวตน และไม่ใช่คนที่อีกฝ่ายเคยตกหลุมรักก็ได้ และนั่นอาจจะทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหา หรือต้องจบลงในที่สุด

แต่ถ้าเราโสด คุณจะไม่ต้องพยายามเป็นใคร ไม่ต้องแสดง คุณแค่เป็นตัวคุณเองจริงๆ วันนี้อารมณ์ไหน อยากทำอะไร ก็ย่อมได้ วันไหนที่คุณรู้สึกว่าอะไรที่มันไม่ดีในตัวคุณ คุณอยากปรับปรุง เปลี่ยนแปลง คุณก็ย่อมทำได้ คุณเปลี่ยนเพื่อตัวคุณเองที่ดีขึ้น เพราะตัวคุณเองอยากเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าต้องเปลี่ยนเพียงเพื่อเอาใจใครเพียงอย่างเดียว

4.คุณจะรัก และเห็นคุณค่า ของตัวเองมากขึ้น

เมื่อคุณโสด คุณจะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง เช่น หมั่นหาความรู้ เพื่อให้ตัวเองฉลาดขึ้น หมั่นออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ขยันทำงาน เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น แต่งหน้าแต่งตัว เพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น มั่นใจขึ้น เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวลคือคุณทำเพื่อตัวเอง ให้ตัวเองรัก และภูมิใจในตัวเอง ไม่ใช่พยายามทำให้ตัวเองดี รวย ฉลาด หรืออะไรก็แล้วแต่ เพื่อหวังให้ใครซักคนเห็นค่าในตัวคุณ และหันมารักคุณ

เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะรัก และทำเพื่อตัวเองจริงๆแล้ว มันจะส่งผลให้ เมื่อคุณคิดจะมีแฟน คุณไม่อยากเสียเวลาไปกับคนที่ไม่ใช่ ไปกับใครที่ด้อยค่า หรือไม่เห็นค่าในตัวคุณอีกต่อไป

5.คุณจะมีเงินมากขึ้น

อันนี้เรื่องจริง ไม่โจ๊ก คุณจะมี รายจ่าย เพิ่มขั้นจากการมีแฟน เพราะการออกเดท การมีแฟน แต่ละทีมันต้องใช้เงินนะ ไม่ว่าจะค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่ากิจกรรม ค่าทริป ค่าของขวัญ บลาๆๆ มากน้อยต่างกันไปในแต่ละคู่ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่เมื่อคุณโสด “ค่าธรรมเนียมความรัก” เหล่านี้ ก็จะไม่จำเป็นต้องจ่ายอีกต่อไป ยิ่งใครที่ปกติเป็น แฟนสายเปย์ หล่ะก็ พอโสดปุ๊บ นี่ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะเลยหล่ะ

และอีกอย่างคือ รายรับ เพิ่มขึ้นจากการทำงาน เพราะอะไรหน่ะเหรอ เพราะคุณจะมีเวลาโฟกัสกับงานมากขึ้น มีเวลาเรียนรู้พัฒนาทักษะใหม่ๆไว้ใช้ในการทำงาน นั่นแหล่ะ ที่จะทำให้คุณก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และได้เงินมากขึ้น

6.คุณจะมีเวลาให้กับคนรอบข้างมากขึ้น

เมื่อคุณมีแฟน ความสัมพันธ์อื่นๆ จะถูกแทนที่ด้วยความสัมพันธ์แบบโรแมนติก กับคู่รักของคุณ

ทำให้เวลาที่จะได้เจอ ได้เมาท์มอย กับเพื่อนฝูง ญาติ คนสนิท คนรอบข้าง หรือโทรหาคนที่คุณรัก หรือกลับบ้านไปหาพ่อแม่ ก็จะน้อยลง เพราะคุณโฟกัสกับแฟนอยู่

ถ้าคุณโชคดี ได้เจอกันคนที่สามารถเข้ากับคุณ คนรอบข้างคุณ กับครอบครัวของคุณ ไปไหนมาไหนด้วยกันได้ตลอด และเข้าใจคุณเมื่อคุณอยากไปไหนส่วนตัว นั่นก็คือดีมาก แต่ก็นั่นแหล่ะ “ถ้าคุณโชคดี” เจอคนคนนั้น

 

โลกสมัยนี้มันเปลี่ยนไปมากแล้วนะทุกคน บางคนอาจจะยังยึดติดกับแพทเทิร์นชีวิตแบบเดิมๆ ที่ว่า คนเราเกิดมา แต่งงาน มีครอบครัว มีลูก แล้วลูกก็แต่งงาน มีครอบครัว มีลูก วนอยู่แบบนี้ ทำให้คนคิดว่า การได้มีคู่และแต่งงาน มีลูก สืบทอดวงศ์ตระกูล คือเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่งในชีวิต แต่ลืมคิดไปว่า โลกมันหมุน เปลี่ยน ไปทุกวัน ตอนนี้เป้าหมายชีวิตของเรา ก็ควรทำอะไรที่เรามีความสุขรึป่าว ถ้าการได้แต่งงานกับใครซักคนคือความสุขของคุณ ก็ทำเลย แต่อย่า “ติดกับดัก” กับคำว่า “อยากมีคู่ อยากแต่งงาน” ถ้าการพยายามอยากแต่งงาน แม้ว่าคนที่คุณกำลังคบอยู่ไม่ได้ดี ไม่ได้ทำให้คุณมีความสุข แต่คุณกลับแต่งงานกับเค้าเพียงเพื่อ อยากได้จะแต่งงาน คุณต้องถามตัวเองนะ ว่านั้นคือ “ความสุข” ที่คุณต้องการจริงๆรึป่าว มันจะดีกว่ามั๊ยถ้าเราได้แต่งงานกับคนที่คู่ควรที่จะแต่งงานด้วย และมาเติมเต็มเป็นความสุขให้กันและกัน แต่ถ้าคนคนนั้นเรายังหาเค้าไม่เจอ การอยู่คนเดียวอาจจะมีความสุขมากกว่าว่ามั๊ย

ปฎิเสธไม่ได้หรอกว่า การอยู่คนเดียว การเป็นโสด มันจะทำให้คุณรู้สึกเหงา ต้องการความรัก แต่อย่าให้มันมาบังคับให้คุณต้องเลือกใคร ที่เค้าไม่ดี ไม่ใช่ สำหรับคุณ เพียงเพื่อไม่อยากเหงาอีกต่อไป

อย่าลืมว่าคนที่คุณต้องรักให้มาก และอยากให้เค้ารักคุณมากที่สุด คือ ตัวคุณเอง เรียนรู้ที่จะรัก และเห็นค่าในตัวเอง ก่อนที่จะไปโหยหา เรียกร้อง ความรักจากใคร และอย่าอีกอย่างคือ ความรักไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว ยังมีความรักแบบเพื่อน พี่ น้อง ครอบครัว และอีกมากมายที่อยู่รอบตัวคุณ

สุดท้ายแล้ว ชีวิตทุกคนมีหลากหลายช่วงเวลา หลากหลายสถานะ และมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป แต่คุณต้องไม่จมกับข้อเสีย และมองหาข้อดีของมันให้เจอ แล้วเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของตัวเอง ตอนมีแฟน ก็เรียนรู้ที่จะ เป็นแฟนที่ดี มีความสุขกับชีวิตคู่ พอตอนโสด ก็ต้องเรียนรู้ที่จะมองหา ข้อดีของการเป็นโสด ให้ได้ และใช้ชีวิตให้สนุก มีความสุข กับการอยู่คนเดียว ก็แค่นั้นเอง

แต่ๆ ถ้าใครเอ็นจอยความโสดจนเต็มอิ่มแล้วอยากมีแฟน ไม่รู้จะ หาแฟนได้ที่ไหน เราก็มีมาแนะนำนะ อิอิ